
ไปดูมาแล้วครับ ดูโรงหนังสามมิติด้วย ไปดูกับพี่ๆที่ทำงานเตรียมตัวกันอย่างดี ศึกษามาเรียบร้อยว่าถ้าเอาแว่นกลับหัวแล้วมันจะดูเป็น 3D ง่ายขึ้น
แต่ผมก็ได้กระทำสิ่งที่ไม่คาดฝันขึ้นคือ ผมหลับครับ ไม่ใช่ดูรอบดึกเลยด้วย รอบหกโมงห้าสิบ ดูไปได้ประมาณ 40 นาที ตาก็เริ่มปิดเข้าหากัน ..... แล้วก็หลับในที่สุด.... แถมการหลับในโรงหนังครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หลับในขณะที่ดูหนังเพื่อความบันเทิงในโรงหนังเป็นครั้งแรกซะด้วยสิ หลังจากหลับในโรงหนังครั้งแรกคือเมื่อสิบกว่าปีก่อน ซึ่งดูไปเพื่อความซาบซึ้ง และครั้งที่สองดูหนังสารคดีในโรง IMAX ตามคำสั่งอาจารย์
ส่วนครั้งนี้ดูโรงดิจิตอลสามมิติก็สมราคา ภาพใสกิ๊ง และตามปกติของพิกซาร์ที่มีอะไรให้อึ้งตลอด ปล่อยของสารพัดเลยทีเดียว เริ่มตั้งแต่
- ตัว Texture ของผ้ารวมไปถึงลายผ้าต่างๆนี่เนี้ยบสุดๆ แถมละเอียดด้วย ตรงนี้เข้าใจว่าทำ Bump map กับ Displacement Map เฉยๆ
- เมฆใน Partly Clouds นี่ถือเป็นสุดยอดเลย
- ระบบ Soft Body ที่มีมาตั้งแต่ตอนแรททาทูอีที่เวลาตัวละครออกแรงจับอะไรแล้วนิ้วจะเปลี่ยนรูปร่างไปตามแรงกดด้วย สำหรับเรื่องนี้เห็นได้ชัดเลยตอนที่เอาลมเป่าปาก
- ผมกับขนนี่ใส่กันแบบไม่เกรงใจตอนเรนเดอร์กันเลยทีเดียว มีทุกฉาก แถมยังมีหนวดเคราที่เพิ่มเข้ามาหลังการผจญภัยอีกใส่ใจแม้กระทั่งรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ
- ลูกโป่งที่ผูกไว้ในตัวบ้าน ทั้งหมดถูกสร้างขึ้นมาด้วย Python และใช้ ODE จำลองระบบ Dynamics เพื่อให้การเคลื่อนไหวของลูกโป่งสมจริงที่สุด แน่นอนว่าเชือกและตำแหน่งของเชือก ก็ผ่านกระบวนการนี้ด้วย และที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ ลูกโป่งทั้งหมดโปร่งแสงดังนั้นจะต้องทำการคำนวณแสงที่ผ่านจากลูกโป่งแต่ละลูกๆด้วย เท่าที่จำได้เหมือนว่าจะใช้ลูกโป่งทั้งหมด 300,000 ลูกนะครับ ก็คูณกันเข้าไป (ข้อมูลตรงนี้ได้มาจากหนังสือ Computer Art ฉบับล่าสุด ลองหามาอ่านกันได้ ราคา 150 บาทแต่คุ้มมาก)
- ส่วน Gimmick ต่างๆที่เกี่ยวกับแอปเปิลนี่ผมไม่รู้เลยแฮะ ใครรู้เอามาบอกกันหน่อยก็ดีครับ
สำหรับตัวหนัง ผมยังรู้สึกว่าสนุกตามมาตรฐานของพิกซาร์ แต่ว่ายังรู้สึกว่าชอบน้อยกว่าแรททาทูอีกับ The Incredibles อยู่ดี
....แต่ยังมีอีกเรื่องที่ต้องระบาย....
คำพูดแรกที่ผมพูดหลังจากจบ ไม่ใช่คำสรรเสริญเยินยอครับ ไม่ใช่คำชมไม่ใช่คำด่า แต่เป็นคำถาม
มันสามมิติตรงไหนวะ ทำไมมันแบนๆทั้งเรื่องเลย
ถูกต้องครับ ผมมองไม่เห็นภาพเป็นสามมิติเลยแม้แต่ฉากเดียว อาจจะเป็นเพราะความพิการทางสายตาที่ไม่สามารถมองเห็นด้วยการใช้ตาทั้งสองข้างพร้อมๆกันที่ผมพอจะรู้ตัวเองอยู่แล้วเลยทำให้ผมไม่เห็นภาพสามมิติ อย่างตอนที่ผมไปเดินพารากอนครั้งแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนๆถึงบอกว่าที่แสดงในทีวีมันลอยๆออกมา ไม่เข้าใจว่าไอ้ภาพสามมิติที่เมื่อก่อนเค้าฮิตๆกันมันดูยังไงและถ้าให้เดาก็คือการดูโรงสามมิติทำให้ผมต้องใช้สายตาเป็นอย่างมากจนทำให้ตาล้าและทำให้ง่วงจนหลับไปในที่สุดนั่นเอง
ที่แปลกก็คือผมดู IMAX แล้วเห็นเป็นสามมิตินี่สิ ก็เลยทำให้ผมก็เลยยอมเสี่ยงที่จะไปดูเรื่องปู่ซ่าบ้าพลังในรูปแบบสามมิตินั่นเอง