คำพังเพย

สำนวนสุภาษิตคำพังเพยไทยนี่ก็ช่างน่าฉงน สำนวนบางสำนวน(ซึ่งอาจจะเป็น สุภาษิต หรือคำพังเพยก็แล้วแต่) ถึงแม้ว่าเราจะรู้ความหมายดี แต่พอมาคิดความหมายแบบตามตัวแล้ว ความหมายมันก็ออกจะจั๊กกะจี้ซักหน่อยจนพาลให้อดคิดต่อไปถึงสิ่งที่น่าสงสัยอย่างที่มาหรือต้นเหตุของสำนวนเหล่านั้นไม่ได้ อย่างเช่นสำนวนต่อไปนี้ซึ่งอาจจะเหม็นและไม่สุภาพซักเล็กน้อย ขอท่านผู้อ่านโปรดอภัย

กำขี้ ดีกว่า กำตด

สำนวนนี้ยังไม่ทันอ่านก็เหม็นซะแล้ว มีทั้งขี้และมีทั้งตด ถ้านำพจนานุกรมมาเปิดจะได้ความหมายของสำนวนนี้ว่า

กำขี้ดีกว่ากำตด
คำแปล2
(สว.) ได้อะไรๆ บ้างดีกว่าไม่ได้อะไรเลย.

ก็ตรงตัวนะฮะ ว่าการที่เรา”กำขี้” อย่างน้อยก็ได้เห็นอะไรที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นก้อน หรืออย่างน้อยก็ยังมีคราบหลักฐานให้เราได้พอจะชื่นใจซักเล็กน้อย ซึ่งดีกว่า “กำตด” ซึ่งเวลาผ่านไปแล้วก็จะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้า้คนทนกลิ่นไม่ไหวไม่ตะโกนถามว่า “ใครตดวะ” ขึ้นมาซะก่อน

แต่ปัญหาคือ ไอ้ที่กำนั่นน่ะ มันของใคร ของคนข้างๆ ของเพื่อน ของไอ้ซูกัสหมาข้างบ้านรึเปล่า หรือว่าหมายถึงของเราเอง แต่จะเป็นของใครก็ช่าง เพราะปัญหามันกลับกลายเป็นว่า กำขี้น่ะดีกว่ากำตดจริงหรือ?

ทีนี้ลองสมมติใหม่ว่า ถ้า้เราต้องเลือกระหว่าง กำขี้กับกำตด เราจะเลือกกำอะไร นี่สิ เราจะเริ่มสงสัยว่า แล้วถ้าให้ไอ้คนคิดมันเืลือกกำ เขาจะกำอะไร แล้วทำไมเขาถึงบอกว่า กำขี้ดีกว่ากำตด ปัญหานี้เป็นสิ่งที่น่านำไปขบคิดต่อยามว่างในห้องน้ำนักเชียว

ปล. เปิดรับความคิดเห็นเรื่องสำนวนนี้ และที่มา แบบไม่จำกัด